วิธีคิดกำไร Shopee ต้นทุนแท้เท่าไหร่ถึงจะไม่ขาดทุน
ร้านที่ขายดีแต่สิ้นเดือนเงินไม่เหลือ มักไม่ได้แพ้ที่ราคาขาย แต่แพ้ที่ต้นทุนแท้ที่นับไม่ครบ บทความนี้ชวนนับต้นทุนให้ครบทุกชิ้นที่หายไปพร้อมออเดอร์ ตั้งแต่ค่าส่ง ค่าแพ็ก ของเสีย จนค่าธรรมเนียม แล้วชี้จุดเอาเลขจริงไปเช็กกำไรด้วยเครื่องคำนวณของ Sellnary
Sellnaryปรับปรุงล่าสุด

ขายดีแต่เงินไม่เหลือ เพราะกำไรที่เห็นไม่ใช่กำไรจริง
ภาพที่เจอบ่อยคือยอดขายโตทุกเดือน แต่เงินในบัญชีไม่โตตาม เจ้าของร้านเปิดหน้ารายการขายแล้วยิ้ม เพราะทุกออเดอร์ดูมีกำไร แต่พอหักค่าส่ง ค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียม และของเสียออกหมด กำไรที่เหลือจริงน้อยกว่าที่คิดไว้มาก
สาเหตุไม่ใช่ราคาขายต่ำเกินไปอย่างเดียว แต่คือนับต้นทุนไม่ครบตั้งแต่แรก หลายร้านนับแค่ราคาที่จ่ายให้ร้านค้าส่ง แล้วเรียกว่าต้นทุน ทั้งที่เงินอีกหลายก้อนหายไปพร้อมทุกชิ้นที่ขายได้จริง
หลักที่ใช้ได้ทุกเดือนมีแค่นี้ กำไรที่เห็นบนหน้าขายยังไม่ใช่กำไร ต้องหักทุกอย่างที่หายไปพร้อมออเดอร์ก่อน แล้วค่อยเรียกว่ากำไร บทความนี้ชวนนับให้ครบทีละกลุ่ม
ต้นทุนแท้มีอะไรบ้าง — นับทุกอย่างที่หายพร้อมหนึ่งชิ้น
ต้นทุนแท้ไม่ใช่แค่ราคาสินค้าที่ซื้อมา แต่รวมทุกอย่างที่หายไปพร้อมหนึ่งชิ้นที่ขายได้จริง กำไรที่หายมักเริ่มจากแถวใดแถวหนึ่งในตารางนี้ ไล่ทีละแถวว่าที่ร้านนับไว้ตรงกับเงินที่หายจริงไหม เจอแถวไหนไม่เคยจด นั่นคือที่กำไรรั่ว
| ต้นทุน | วิธีไล่ว่านับครบไหม |
|---|---|
| ราคาสินค้าที่ซื้อมา | เทียบใบซื้อจริงกับต้นทุนที่เคยตั้งไว้ ถ้าจ่ายจริงสูงกว่าคือกำไรหายตั้งแต่ต้นทาง |
| ค่าแพ็กและวัสดุ | รวมกล่อง ซอง ฟิล์ม เทป แล้วหารด้วยชิ้นที่ขายได้ ถ้าไม่เคยจดเลยคือรูรั่วประจำ |
| ค่าส่งที่ร้านออกเอง | แยกออเดอร์ที่ร้านออกค่าส่งเอง ถ้ามีแต่ไม่เคยนับ กำไรหายทุกออเดอร์ |
| ของเสียและคืนสินค้า | นับของเสียกับของคืนแล้วย้อนหารด้วยชิ้นที่ขายได้ ยิ่งคืนเยอะยิ่งต้องบวกกลับ |
| ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เกี่ยวกับการขาย | เอายอดจ่ายจริงของเดือนที่แล้วหารด้วยชิ้นที่ขายได้จริง เดือนไหนขายน้อยต้นทุนต่อชิ้นจะพุ่ง |
แถวที่เจอว่านับไม่ครบบ่อยที่สุดคือของเสียกับของคืน ถ้าสั่งมาหนึ่งร้อยชิ้นแต่ขายได้เก้าสิบ อีกสิบที่เป็นของเสียกับของคืนต้องย้อนกลับมาบวกในต้นทุนต่อชิ้นที่ขายได้ ไม่งั้นกำไรจะหายไปตรงนี้โดยไม่มีใครเตือน
ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนให้ย้อนดูว่าเดือนที่เพิ่งผ่านมาขายได้กี่ชิ้น แล้วหารกลับ ถ้าเดือนไหนยอดตก ต้นทุนต่อชิ้นจะพุ่งขึ้นเอง ต่อให้ไม่ได้ซื้อของเพิ่ม อย่าใช้ยอดคาดล่วงหน้าอย่างเดียวแล้วคิดว่าต้นทุนคงที่
ค่าธรรมเนียมกับค่าส่ง — เงินที่หายพร้อมทุกออเดอร์
นอกจากต้นทุนสินค้าแล้ว ทุกออเดอร์บน Shopee มีเงินอีกสองกลุ่มที่หายไปพร้อมกัน คือค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มกับค่าส่งที่ร้านออกเอง สองกลุ่มนี้คิดจากยอดขายและเงื่อนไขออเดอร์ ไม่ได้คิดจากต้นทุนของเรา
ข้อที่ต้องจำคือยิ่งยอดขายสูง ยอดที่ถูกหักเป็นเงินก็สูงขึ้น ราคาแพงจึงไม่ได้แปลว่าเหลือกำไรมากขึ้นเสมอ โดยเฉพาะเดือนที่มีโปรโมชัน ยอดขายโตแต่กำไรหดได้ถ้ารายการเสริมหักเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
อัตราแต่ละรายการเปลี่ยนบ่อยตามหมวดสินค้า ระดับร้าน และแคมเปญ วิธีที่ปลอดภัยคือดูอัตราล่าสุดของปี 2026 จากศูนย์ผู้ขาย Shopee โดยตรง แล้วกรอกเป็นค่าธรรมเนียมรวมของร้าน ไม่ต้องจำตัวเลขทั้งตารางมาใช้ข้ามปี
ถ้าอยากเห็นภาพว่าโครงค่าธรรมเนียมของสามแพลตฟอร์มต่างกันตรงไหน อ่านเพิ่มที่บทความเทียบค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok ตัวไหนแพง ซึ่งเทียบฐานที่คิด คนจ่ายค่าส่ง และรายการเสริมช่วงโปรไว้แล้ว
เลือกวิธีวัดกำไรให้ตรงสิ่งที่อยากรู้
พอรู้ต้นทุนแท้กับค่าธรรมเนียมแล้ว ขั้นต่อไปคือถามตัวเองว่าอยากรู้อะไรกันแน่ เพราะคำว่ากำไรคำเดียวแปลได้หลายแบบ และแต่ละแบบตอบคนละคำถาม
- อัตรากำไร ดูว่ากำไรเมื่อเทียบกับยอดขายเหลือมากพอไหม เหมาะกับตอนเช็กว่าราคาขายสูงพอหรือยัง
- ผลตอบแทนการลงทุน ดูว่ากำไรเมื่อเทียบกับต้นทุนคุ้มไหม เหมาะกับตอนเทียบว่าสินค้าตัวไหนควรขายต่อ
- กำไรต่อชิ้น ดูว่าได้เงินตายตัวเท่าไหร่ต่อหนึ่งชิ้นที่ขายได้ เหมาะกับร้านที่ต้องการกำไรขั้นต่ำต่อหน่วย
สามแบบนี้ไม่ขัดกัน แต่ให้คำตอบคนละข้อ ถ้าเลือกวัดผิดแบบ จะได้ตัวเลขที่ดูดีแต่ไม่ตรงกับสิ่งที่อยากรู้ เลือกให้ชัดก่อนเอาเลขไปเช็ก แล้วค่อยดูว่าเลขที่ได้ตรงกับเป้าหมายของร้านไหม
เอาเลขจริงมาเช็กด้วยเครื่องคำนวณ
วิธีคิดข้างบนเป็นแค่แนวคิด เลขจริงของร้านต้องเอาไปเช็กด้วยเครื่องคำนวณที่ใช้ต้นทุนกับยอดขายจริงของร้าน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของตลาด
- อยากรู้ว่ายอดที่ขายไปแล้วเหลือกำไรจริงเท่าไหร่ ใช้ เครื่องคำนวณกำไร กรอกยอดขายกับต้นทุนจริง แล้วดูทั้งกำไรสุทธิและสัดส่วนที่เหลือ
- ถ้าเช็กแล้วกำไรไม่พอ กลับไปหาราคาที่ต้องตั้งด้วย เครื่องคำนวณราคาขาย ซึ่งรับต้นทุนกับเป้าหมายกำไรที่เลือกไว้ แล้วบอกว่าควรตั้งราคาเท่าไหร่
- ถ้าอยากรู้ว่าต้องขายกี่ชิ้นถึงจะคุ้มที่เสียไป เช็กต่อด้วย เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุน ดูเส้นต่ำสุดที่ร้านต้องเอาชนะก่อนตั้งเป้า
ห้ากับดักที่ทำให้กำไรหายทั้งที่ขายดี
แม้คิดครบทุกขั้นแล้ว กำไรก็ยังหายได้ถ้าไม่ระวังเรื่องเหล่านี้
- ของแถมที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีต้นทุน — ของแถม ค่าส่งที่แถม หรือส่วนลดท้ายบิล ล้วนเป็นต้นทุนจริงทั้งหมด ถ้าไม่นับ กำไรจะดูดีเกินจริงทุกเดือน
- โปรลดราคาที่ร้านออกเงินเองบางส่วน — ส่วนที่แพลตฟอร์มช่วยออกไม่กระทบกำไร แต่ส่วนที่ร้านออกเองต้องหักออก อย่าเหมารวมว่าลดราคาแล้วกำไรเท่าเดิม
- คืนสินค้าและเคลมที่ลืมเฉลี่ย — ของเสียกับของคืนต้องเฉลี่ยลงต้นทุนต่อชิ้นที่ขายได้ ไม่ใช่ตัดทิ้งแล้วทำเหมือนไม่เคยเกิด
- ค่าส่งฟรีที่ร้านจ่ายแต่ตั้งราคาไม่เผื่อ — ถ้าตั้งราคาคิดค่าส่งเป็นศูนย์ทั้งที่ร้านเป็นผู้จ่ายจริง กำไรหายไปตรงนั้นทุกออเดอร์
- ต้นทุนรายเดือนที่ไม่ได้กระจาย — ค่าเช่าที่เก็บของ ค่าจ้างแพ็ก หรือค่าบริการรายเดือน ถ้าไม่กระจายลงชิ้นที่ขายได้ จะเห็นกำไรต่อชิ้นสูงเกินจริง
สรุป — นับต้นทุนแท้ใหม่ทุกเดือน เช็กราคาทุกไตรมาส
สรุปเป็นขั้นตอนสั้นที่ใช้ได้ทุกเดือน เริ่มจากรวมต้นทุนแท้ต่อชิ้นด้วยยอดที่ขายได้จริง แล้วดูค่าธรรมเนียมปัจจุบันของ Shopee จากแหล่งทางการของเขา ต่อด้วยเลือกว่าจะวัดกำไรแบบไหนให้ตรงสิ่งที่อยากรู้ แล้วเอาเลขจริงไปเช็กด้วยเครื่องคำนวณกำไร จากนั้นค่อยกลับไปปรับราคาขายและเช็กจุดคุ้มทุนอีกครั้ง
ข้อที่คนขายมองข้ามที่สุดคือต้นทุนแท้เปลี่ยนทุกเดือน ยอดเสีย ยอดคืน และค่าส่งที่ร้านออกไม่เคยเท่าเดิม ควรกลับมานับใหม่ทุกเดือน และทบทวนราคาอย่างน้อยทุกไตรมาส หรือทุกครั้งที่ Shopee ประกาศปรับค่าธรรมเนียม เพื่อไม่ให้กำไรที่เห็นบนหน้าขายหลอกตาอีก